SF Solutions: ISO 29110 Certified Odoo Implementer
SF Solutions (Simply & Fine Solutions) is an ISO/IEC 29110-certified software developer in Bangkok, and was formerly an official Odoo partner. We deliver end-to-end Odoo ERP implementation for Thai businesses — from Odoo บัญชีไทย (Odoo Thai Accounting) setup to TFRS16 lease compliance and multi-company consolidation.
- เป็นซอฟต์แวร์ทำงานแบบ web based และ เป็นweb responsive สามารถใช้งานบน mobile ได้
- การลักษณะการทำงานเป็นระบบ work flow กำกับตามใบงาน แต่ละฟังก์ชั่นจะมี dashboard เพื่อแสดงงานที่ได้รับมอบหมายตามกระบวนการ
- มีฟังก์ชั่น และ โมดูลสำหรับ SME Thai Account ตามมาตราฐานกรมสรรพากร
- โมดูลประกอบด้วยระบบงานขาย รับชำระ ซื้อ จ่ายชำระ สมุดรายวัน 5 ระบบภาษีต่างๆ
- เป็นระบบบันทึกบัญชีแบบ real time ผู้สามารถเรียกดูรายการ หรือ report ต่างได้ทันทีหลังจากการรายการถูกบันทึก และ มีรายงาน Financial ที่จำเป็นเช่น Balance Sheet และ Profit and Lost ที่สามารถเรียกดูแบบ real time
- รองรับการคีย์ตรงเข้าสมุดรายวันต่างๆ สำหรับงานรับ/จ่าย ตรง ได้ทั้งเงินสด เงินโอน และเช็ต
- รองรับภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ และอื่นๆ รองรับสกุลเงินได้หลากหลาย
- มีเครื่องมือพื้นฐาน เช่น ระบบเก็บ Log ตามรายการต่างๆที่ User เป็นผู้บันทึก ระบบการค้นหา การจัดกลุ่ม การปรับมุมมอง ได้หลากหลาย รวมทั้งมุมมองแบบ Pivot ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถ exportรายงานที่ต้องการเป็นExcel ได้ทันที
- มี Dashboard ทันสมัยใหม่สำหรับผู้บริหาร สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการเสนอผลได้หลากหลายโดยผู้ใช้งานสามารถกำหนด เปลี่ยนแปลงได้ด้วยตนเอง
- เป็นระบบเปิดที่ผู้ใช้งานพัฒนาเพิ่มเติมได้เองในกรณีมีการปรับเปลี่ยนความต้องการ
- รองรับการทำงานได้ทั้งระบบ Windows OS และ Linux ค่ายต่างๆ และ สามารถติตั้งได้ทั้งแบบ On-Cloud หรือ On-Premise
- สามารถบันทึกเอกสารเสนอราคา, สั่งขายได้
- สามารถ Copy แบบฟอร์มงานขายเดิม เพื่อความรวดเร็วในการนำมาสร้างใหม่
- เป็นระบบการอ้างอิงเอกสาร เพื่อลดขั้นตอนในการบันทึกรายการใหม่ เช่น ใบเสนอราคาอ้างมาจากใบสั่งขาย
- จัดการกับสินค้าที่ขายได้หลากหลาย (category และ variant)
- จัดการกับราคาขายและส่วนลดได้ตามต้องการ และใช้ราคาขายด้วยเงินตราต่างประเทศได้
- มีระบบเตือน (Alert) เมื่อทําการขายสินค้ามากกว่ายอดคงเหลือของสินค้า (On Hand Stock)
- สามารถตั้งค่าสถานที่ส่งของ (Ship to) ของลูกค้าและส่งของ จาก supplier ไปหาลูกค้าได้ (drop shipping)
- เมื่อบันทึกการขายเงินเชื่อ โปรแกรมจะส่งข้อมูลไปยังระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนเพียงแค่การทำงานใน หน้าจอเดียว ไม่ว่าจะเป็นการปรับลดยอดสินค้าให้ในระบบ Stock Reserve, รายงานภาษีขายในระบบ VAT, บัญชีแยก ประเภทในระบบ GL
- สามารถแยกสมุดรายวัน (Book) คุมรายการขาย เช่น สมุดรายวันขายเชื่อ, สมุดรายวันขายสด เป็นต้น
- สามารถค้นหาจํานวนสินค้าคงเหลือ, สอบถามประวัติการขาย โดยเลือกช่วงเวลา, สินค้า, ลูกหนี้ได้ตามต้องการ
- สามารถค้นหา และเก็บประวัติการขายสินค้าและราคาขายสินค้าครั้งหลังสุด
- ผู้ใช้สามารถวิเคราะห์สถิติการขายสินค้าและลูกค้าในแบบ pivot ได้หลากหลายมุมมอง
- สามารถบันทึกใบขอราคาซื้อ ใบสั่งซื้อ แยกตามสาขา, แผนก หรือโครงการได้
- สามารถตรวจสอบสินค้าค้างรับ หลังจากที่ส่งใบสั่งซื้อไปให้ Supplier แล้วได้ว่าสินค้าใดบ้างที่ Supplier ยังไม่ได้ จัดส่งมาให้
- สามารถสอบถามประวัติการซื้อสินค้าได้ ตามผู้ขาย, สินค้า, ประเภทรายการซื้อ, ช่วงเวลาได้ตามต้องการ
- เมื่อบันทึกการซื้อ โปรแกรมจะส่งข้อมูลไปยังระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนเพียงแค่การทํางานใน หน้าจอเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มยอดสินค้าให้ในระบบ Stock, รายงานภาษีซื้อในระบบ VAT, บัญชี แยกประเภทใน ระบบ GL
- กำหนดหน่วยวัดปริมาณสินค้าได้หลากหลาย
- สามารถกำหนดผู้ขายหลายรายต่อสินค้าหนึ่งชนิด และสร้างเกณฑ์เพื่อซื้อสินค้าชนิดใดจากผู้ขายรายใด เมื่อไหร่
- สามารถยกเลิกการสั่งซื้อได้ในระบบ
- สามารถกำหนดนโนยาย ผู้อนุมัติซื้อ เช่น กำหนดด้วยระดับราคา ขั้นตำแหน่งของผู้อนุมัติ
- สามารถกำหนดข้อตกลงในการจัดซื้อ เช่น Call for Tenders ( ประกวดราคา), Blanket Orders (การออกใบสั่งซื้อล่วงหน้า)
- สามารถสร้างข้อมูลสินค้าและบริการที่หลากหลาย และสามารถนำตารางราคาสินค้าของผู้ขายเข้าในระบบได้ เช่นทาง excel, cvs
- สามารถติดตามเอกสารสั่งซื้อได้ว่าเอกสารใดที่ยังรับสินค้าไม่ครบ ติดตามสถานะการนำส่งสินค้า
- ผู้ใช้สามารถวิเคราะห์สถิติการซื้อสินค้าและลูกค้าในแบบ pivot ได้หลากหลายมุมมอง
- สามารถบันทึกยอดยกมาของลูกหนี้รายตัวได้ ทั้งแบบมีภาษี และไม่มีภาษี
- สามารถบันทึกลูกหนี้อื่นๆ ได้ (นอกจากลกูหนี้การค้า ได้ )
- สามารถบันทึกใบวางบิลพร้อมทั้งพิมพ์ฟอร์มได้ทันที
- สามารถจัดทํา และจัดการใบวางบิล โดยอ้างอิงเอกสารจากรายการขาย (Invoice), รายการลดหนี้/ เพิ่มหนี้(C/N,D/N)
- สามารถรับชําระหนี้แบบบางส่วนได้ (Partial)
- สามารถดูวันชําระจากใบวางบิล, กําหนดวันวางบิล ซึ่งสามารถ Drill Down ไปดูข้อมูลต้นขั้วได้
- สามารถดูรายการรับชําระหนี้, ลูกหนี้ค้างชําระ ซึ่งสามารถ Drill Down ไปดูข้อมูลต้นขั้วได้
- สามารถรับชําระหนี้โดยอ้างอิงเอกสารจากรายการลูกหนี้การค้า, ใบวางบิล หรือ รายการรับเงินมัดจำ สามารถรับชําระหนี้ได้ทั้งเงินสด, เช็ค, เงินโอน, เงินมัดจํา
- สามารถเรียกดูประวัติลูกค้ารายตัวได้ตลอดเวลา
- สามารถวิเคราะห์อายุหนี้ (Aging Analysis)
- สามารถพิมพ์ การ์ดลูกหนี้ และใบแจ้งยอดบัญชี
- สามารถบันทึกใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ ในฝั่งขายได้
- สามารถกำหนดวงเงินเครดิตรายลูกค้าและแบบกลุ่มบริษัทในเครือ ตรวจวงเงินอัตโนมัติเมื่อยืนยันใบสั่งขาย และอนุมัติขายเกินวงเงินได้
- สามารถวางบิลบางส่วนของใบแจ้งหนี้ และติดตามยอดที่ยังไม่ได้วางบิลของลูกค้าแต่ละราย
- สามารถบันทึกยอดยกมาของเจ้าหนี้รายตัวได้ ทั้งแบบมีภาษี และไม่มีภาษี
- สามารถบันทึกยอดยกมาของเจ้าหนี้รายตัวได้ทั้งประเภทสินค้าและบริการ
- รองรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Multicurrency) ทั้งระบบ คือ การบันทึกเจ้าหนี้ยกมา, ตั้งเจ้าหนี้ อื่น ๆ มัดจำ และจ่ายชําระหนี้
- สามารถจ่ายชําระหนี้และบันทึกรายละเอียดการจ่ายได้ทั้งได้ทั้งเงินสด, เช็ค, โอนและอื่นๆ
- สามารถจ่ายมัดจำด้วยเงินสด, เช็ค, หรือแบบผสม และจัดการ clearing advance payment
- รองรับการจ่ายชําระหนี้แบบบางส่วน (Partial) หรือการจ่ายชําระเกินได้
- บันทึกรายละเอียดภาษีหัก ณ ที่จ่าย, ส่วนลด และอื่น ๆ
- สามารถบันทึกจ่ายชําระหนี้โดยอ้างอิงเอกสารที่ยังไม่รับวางบิล รับชําระพร้อมกับเอกสารที่รับวางบิลแล้วได้
- สามารถพิมพ์เช็คจ่าย,หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย, ภงด 3, ภงด 53 (ทั้งใบต่อและใบปะหน้า) ได้จากการบันทึก จ่ายชําระหนี้
- สามารถดูประวัติ (History) ย้อนหลัง และสามารถ Drill Down ดูต้นขั้วเอกสารที่อ้างอิงไปใช้งานได้
- เรียกดูรายงานเจ้าหนี้คงค้าง, ติดตามสถานะการจ่ายชำระฝั่งซื้อ รายงานสรุปอายุเจ้าหนี้
- สามารถบันทึกใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ ในฝั่งซื้อได้
- สามารถสร้างสินค้าได้โดยการนำเข้าข้อมูลสินค้าจาก excel หรือ CSV
- สามารถดูข้อมูลสินค้าแต่ละตัว เช่น จำนวน on hand , จำนวนที่ถูก reserve ไว้ , รายการเคลื่อนไหวสินค้า , รายการขาย และ ซื้อที่เกี่ยวข้องกับสินค้านี้ ได้จากหน้าจอเดียวกัน
- กําหนดราคาซื้อมาตรฐาน, ราคาขาย และต้นทุนมาตรฐาน
- สามารถกําหนดราคาและต้นทุนมาตรฐานที่เป็นสินค้าทั้งหมด หรือ สินค้ารายตัวได้
- สามารถจัดประเภทสินค้าได้ เช่น สินค้า, สินทรัพย์ หรือวัตถดุิบ สามารถจัดประเภทสินค้าได้ เช่น สินค้าบริการหรือสินค้ามี Stock
- สามารถจัดเก็บสินค้าได้หลายประเภท เช่น สินค้าทั่วไป, สินค้ามี Lot,สินค้ามีทั้ง Lot และ Serial รวมถึง สินค้ามีอายดุ้วย
- สามารถเลือกวิธีการคิดต้นทุนได้ 3 แบบ คือ วิธีต้นทุนถัวเฉลี่ย (Moving Average), วิธีเข้าก่อน-ออกก่อน (FIFO) และ วิธี Standard Cost
- สามารถกําหนดยอดคงเหลือตํ่าสุด, หรือสูงสุด เพื่อช่วยในการบริหารคลังสินค้า
- สามารถบันทึกใบขอโอนย้ายสินค้า ขอโอนย้ายสินค้าโอนย้ายสินค้าออกคลัง,โอนย้ายสินค้าเข้าคลัง, โอนย้ายข้อมูลเข้าคลังอนุมัติ
- สามารถบันทึกส่งคืนสินค้าผลิตสําเร็จ เช่น ในกรณีสินค้าไม่ได้คุณภาพ
- สามารถบันทึกการตรวจนับสินค้า และสามารถปรับปรุงเพิ่ม/ลดสินค้าอัตโนมัติ โดยระบุได้ว่าจะให้เพิ่ม, ลด
- มี dashboard เพื่อแสดงรายการ นำเข้า จ่ายออก โดยแบ่งได้ตามคลังสินค้า สถานที่ แบบ Kanban view
- สามารถกําหนดประเภทเอกสารการรับสินค้าเข้าคลัง และการจ่ายสินค้าออกคลังได้ไม่จํากัด
- สามารถกำหนดนโยบายการนำสินค้าเข้าคลัง (Put away) ได้ไม่จำกัด โปรแกรมจะแนะนำสถานที่จัดเก็บสินค้าตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้โดยอัตโนมัติ โดยที่เราสามารถกําหนดได้ ทั้งสินค้าทั้งหมด, เฉพาะกล่มุสินค้า หรือจะเป็นสินค้ารายตัวก็ได้
- สามารถกำหนดนโยบายการนำสินค้าออก (Removal ) ได้ไม่จำกัด โปรแกรมจะแนะนำวิธีการการนำสินค้าออกตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้โดยอัตโนมัติ โดยที่เราสามารถกําหนดได้ ทั้งสินค้าทั้งหมด, เฉพาะกล่มุสินค้า หรือจะเป็นสินค้ารายตัวก็ได้
- สามารถกำหนดการหยิบสินค้าได้ทั้งแบบธรรมดา และ แบบ batch
- สามารถบันทึกการจ่ายสินค้าออกโดยการอ้างอิงเอกสารใบสั่งขายจากระบบ Sale Order มาบันทึกข้อมูลได้
- สามารถบันทึกการรับสินค้าเข้าคลังโดยการอ้างอิงเอกสารใบสั่งซื้อจากระบบ Purchase Order มาบันทึกข้อมูลได้ สามารถบันทึกการโอนย้ายสินค้าระหว่างคลังหรือระหว่างสาขาได้
- สามารถบันทึกการตรวจสอบ และการตรวจนับสต็อกสินค้า เพื่อเปรียบเทียบยอดการตรวจนับสินค้าทางด้านบัญชี ในระบบ Inventory Control ได้
- สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวสินค้าได้ เช่น การรับสินค้าเข้า การจ่ายสินค้าออก การโอนย้ายสินค้าระหว่างคลัง การตรวจนับสต็อก การปรับปรุงเพิ่มลดสินค้าโดยไม่มีต้นทุนเข้ามาเกี่ยวข้อง
- สามารถบันทึกปรับปรุงเพิ่มลดสินค้าได้ กรณีที่มีการตรวจนับสินค้าแล้วไม่ตรงตามยอดคงเหลือ
- ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)จะถูกส่งข้อมูลมาจากการบันทึกขาย, บันทึกซื้อ และบันทึกรายการรายวันใน GL
- สามารถกําหนดคําอธิบายรายการภาษีให้ Default ขึ้น ตามเมนูการบันทึกในแต่ละระบบ เพื่อรองรับสําหรับ คําอธิบายภาษีที่แตกต่างกัน
- รายงานภาษีซื้อ-ภาษีขายเป็นไปตามข้อกําหนดของสรรพากร และแยกตามสาขาได้
- สามารถจัดการการยื่นภาษีต่างๆได้ตามความต้องการ และสามารถเรียกดูย้อนหลังจากรายการที่ยื่นไปแล้วได้
- สามารถออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายได้
- สามารถพิมพ์รายงานภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายได้
- สามารถพิมพ์รายงานภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้ (ภงด.3,53,1) และรายงานพิเศษภาษีหัก ณ ที่จ่าย
- รายงานภาษีซื้อ-ภาษีขายเรียงตามเลขที่เอกสาร,เลขที่ใบกํากับ หรือวันที่
- ควบคุมรายการเช็ครับได้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การบันทึกเช็ครับ, ขายลดเช็ค, ฝากเช็ครับ, เช็คผ่าน, เช็คคืน, เช็ค ยกเลิก และเปลี่ยนเช็ครับ
- ควบคุมรายการเช็คจ่ายได้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การบันทึกเช็คจ่าย, เช็คผ่าน, เช็คคืน, เช็คยกเลิก และเปลี่ยนเช็คจ่าย สามารถบันทึกรายการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝาก และรายการฝาก – ถอน
- สามารถโอนเงินระหว่างสมุดเงินฝาก พร้อมหักค่าธรรมเนียมธนาคาร
- สามารถบันทึกรายได้ธนาคาร (ดอกเบี้ยรับ, ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย) และบันทึกจ่ายค่าใช้จ่ายธนาคาร (ดอกเบี้ยจ่าย , ค่าธรรมเนียมธนาคาร, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย)
- สามารถพิมพ์ยอดคงเหลือแยกตามธนาคาร และแยกตามประเภทเงินฝากได้
- สามารถพิมพ์ทะเบียนเช็ครับที่ถึงกําหนดนําฝาก และทะเบียนเช็คจ่ายที่ถึงกําหนดจ่ายชําระ
- สามารถแสดงรายการวันที่กําหนดเช็ครับ และวันที่กําหนดเช็คจ่าย เพื่อดูรายละเอียดรายการเช็คได้
- สามารถบันทึกบัญชี แบบ Compound Entry (เดบิตและเครดิตกี่รายการก็ได้) และโปรแกรมจะทําการ Check Balance ให้ทุก Voucher
- ใน 1 Voucher สามารถบันทึกเช็ครับ-เช็คจ่ายได้
- ใน 1 Voucher สามารถบันทึกเป็นเงินโอนเข้า – โอนเงินออกได้
- ผังบัญชี Standard ของโปรแกรมที่สามารถปรับแต่งให้ตรงกับระบบงานของผู้ใช้ หรือจะสร้างผังบัญชีได้เองตามต้องการ
- บันทึกย้อนหลังข้อมูลย้อนหลังได้ โดยไม่จํากัดช่วงเวลา
- สามารถกําหนดการ Running เลขที่เอกสารอัตโนมัติโดยแยกตามสมุดรายวัน
- มีงบการเงิน Standard และสามารถสร้างงบการเงิน เช่น งบดุล งบกําไรขาดทุน
- สามารถพิมพ์หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายได้ ทั้ง ภงด 3, ภงด 53
- สามารถเรียกดูรายงานทางการเงินได้แม้ยังไม่ได้ปิดงวดบัญชี เช่น รายงานบัญชีแยกประเภท, งบทดลอง เป็นต้น
- สามารถ Reconcile ผังบัญชีระหว่างเดบิตและเครดิตได้
- Inventory Report
- รายงานการมูลค่าสินค้า สามารถแยกได้ทั้ง ตามคลัง กลุ่มสินค้า รายการสินค้า โดยกำหนดช่วงเวลาได้
- รายงานใบโอนย้ายระหว่างคลังอ้างอิงจากใบขอโอนย้ายระหว่างคลัง
- รายงานการเคลื่อนไหวสินค้า โดยสามารถกำหนดกลุ่มการจัดได้ เช่น สถานะ Lot serious หน่วยวัด ผู้ดูแล วันที่ sourceหรือ destination location
- รายงานบัญชีพิเศษและรายงานคุมสินค้า ทั้งแบบ Standard , Average และ FIFO
- Accounting
- รายงานแสดงสถานะลูกหนี้ เจ้าหนี้ อายุเกิน
- สามารถเรียกดูรายงานทางการเงินได้แม้ยังไม่ได้ปิดงวดบัญชี เช่น รายงานบัญชีแยกประเภท, งบทดลอง รายงานตามสมุดรายวัน
- รายงานตรวจสอบยอดลกูหนี้กับการรับชําระหนี้และเจ้าหนี้กับการจ่ายชําระหนี้
- รายงานการรับชําระหนี้ และจ่ายชำระ การใช้ที่เช็ค และ สถานะ
- รายงานการรับชําระหนี้และการจ่ายชําระหนี้ตามกําหนด
- รายงานลูกหนี้และเจ้าหนี้ที่ไม่มีการเคลื่อนไหว
- รายงานตรวจสอบยอดจ่ายชําระหนี้สูงกว่าวงเงินเครดิต
- รายงานการรับชําระหนี้ที่เช็คยังไม่ผ่าน
- รายงานตรวจสอบการรับ – จ่ายเงินสดประจําวัน
- รายงานใบโอนย้ายระหว่างคลังอ้างอิงจากใบขอโอนย้ายระหว่างคลัง
- สามารถออกรายงานเพิ่มเติมได้จาก Dashboard ที่สร้างขึ้นเองเพื่อให้ได้ report ตรงความต้องการ
- สามารถกำหนดให้แสดงผลแบบ TV mode โดยตั้งให้ระบบแสดงหน้าจอที่กำหนดในรูปแบบ Slide show
Extra Module รองรับการทำงานหลากหลาย เพิ่มจาก Basic Accounting Function (พร้อมใช้งานทันที)

TFRS16
TFRS16 Powered by Odoo CE
เป็นหนึ่งในมาตรฐานฯ ฉบับใหม่ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่ผ่านมา ผลกระทบที่สำคัญจะเกิดขึ้นในกรณีที่บริษัทเป็นฝั่งผู้เช่า โดยบริษัทต้องจับสัญญาเช่าดำเนินงาน (Operating Lease) ในอดีต มาบันทึกเป็นสินทรัพย์สิทธิการใช้ (Right-of–Use assets : ROU) คู่กับหนี้สินตามสัญญาเช่า หากมองในแง่ผลการดำเนินงาน ก็จะมีการรับรู้ค่าใช้จ่ายในรูปแบบที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่รับรู้ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากสัญญาเช่าดำเนินงานในรูปแบบของ “ค่าเช่า” ก็ต้องเปลี่ยนเป็นการรับรู้ “ค่าเสื่อมราคา” ของสินทรัพย์สิทธิการใช้ ประกอบกับ “ต้นทุนทางการเงิน” ที่เกิดจากหนี้สินตามสัญญาเช่าภาษีไทยครบวงจร
ภาษีไทยครบวงจรภาษีไทยครบวงจร
ระบบภาษีไทยที่ตั้งค่าไว้ครบตั้งแต่วันแรก — ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แยกบัญชีภาษีซื้อและภาษีขาย พร้อมรายงานสำหรับยื่นแบบ ภ.พ.30 · ภาษีหัก ณ ที่จ่ายพร้อมหนังสือรับรองและแบบ ภ.ง.ด.3 / ภ.ง.ด.53 · ใบกำกับภาษีเต็มรูปตามที่กรมสรรพากรกำหนด และรองรับการต่อยอดสู่ e-Tax Invoice
งบการเงินรวม
งบการเงินรวม หรือ consolidate Financial Reportงบการเงินรวม
งบการเงินรวม หรือ consolidate Financial Report ประกอบด้วย Profit and Loss , Balance Sheet และ Trail Balance โดยรองรับการทำงานสำหรับกลุ่มบริษัทในเครือ ที่มีรายการระหว่างกัน และต้องการเรียกรายงานเพื่อหักรายการระหว่างกันในทันที เพื่อเป็นขัอมูลสำหรับบริหารงานได้อย่างแม่นยำ ระบบพัฒนาแบบยืดหยุ่นทำให้สามารถปรับเพิ่มเติมกรณีจำนวนบริษัทในเครือเปลี่ยนไปExecutive Dashboard สำหรับผู้บริหาร ที่สามารถปรับแต่งเพิ่มเติมได้ CLICK เพื่อดูตัวอย่าง
ผังบัญชีไทย (Thai Chart of Accounts) — ตั้งอย่างไรให้ตรงมาตรฐาน
Odoo มาตรฐานติดตั้งมาพร้อมผังบัญชีสากล ซึ่งใช้ยื่นงบการเงินในประเทศไทยไม่ได้โดยตรง การทำบัญชีไทยบน Odoo จึงเริ่มจากการติดตั้ง Thai Localization เพื่อให้ได้ผังบัญชีที่จัดหมวดตามมาตรฐานรายงานทางการเงินของไทย แล้วปรับรหัสบัญชีให้ตรงกับผังที่ผู้สอบบัญชีของกิจการใช้อยู่
สิ่งที่ต้องตัดสินใจตั้งแต่วันแรก เพราะแก้ทีหลังยากที่สุด:
- ความยาวและโครงสร้างรหัสบัญชี — ถ้ามีหลายนิติบุคคล ควรวางรหัสให้เหมือนกันทุกบริษัทตั้งแต่ต้น ไม่เช่นนั้นการจัดทำงบการเงินรวมจะต้อง map ทีละบรรทัดทุกงวด
- บัญชีย่อยที่ต้องแยกเพื่อภาษี — ภาษีซื้อและภาษีขายต้องแยกบัญชีให้ชัด ไม่รวมอยู่ในบัญชีเจ้าหนี้-ลูกหนี้
- บัญชีพักที่จำเป็นจริง — ภาษีซื้อยังไม่ถึงกำหนด ภาษีขายรอออกใบกำกับ และพักรับสินค้า
- การใช้ Analytic Account แทนการเปิดบัญชีย่อยจำนวนมาก — ตัดต้นทุนตามแผนก โครงการ หรือสาขาได้โดยไม่ทำให้ผังบัญชีบวม
ข้อควรระวังจากงานจริง: การย้ายจากโปรแกรมบัญชีไทยเดิมไม่ใช่การคัดลอกผังบัญชีมาทั้งชุด ผังเดิมมักมีบัญชีที่เปิดไว้เพราะข้อจำกัดของโปรแกรมเก่า ไม่ใช่เพราะหลักการบัญชีต้องการ ควรทบทวนก่อนย้ายทุกครั้ง
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) และรายงาน ภ.พ.30
Odoo รองรับภาษีมูลค่าเพิ่มของไทยได้ โดยตั้งอัตรา 7% พร้อมแยกบัญชี ภาษีซื้อ และ ภาษีขาย ออกจากกันในผังบัญชี แล้วผูกอัตราภาษีไว้กับสินค้าและคู่ค้า เพื่อให้ทุกใบแจ้งหนี้และใบสั่งซื้อคำนวณภาษีอัตโนมัติ และสรุปออกมาเป็นรายงานภาษีซื้อ-ขายประจำเดือนสำหรับยื่นแบบ ภ.พ.30
จุดที่ต้องตั้งค่าเพิ่มจากมาตรฐานสากล เพราะกฎของไทยต่างออกไป:
- ใบกำกับภาษีเต็มรูป ต้องมีข้อมูลครบตามที่กรมสรรพากรกำหนด ทั้งเลขประจำตัวผู้เสียภาษี การระบุสำนักงานใหญ่หรือสาขา และเลขที่ใบกำกับที่เรียงต่อเนื่อง
- จุดรับรู้ภาษี ของไทยผูกกับการออกใบกำกับภาษี ไม่ใช่วันที่ส่งของหรือวันที่ชำระเงินเสมอไป ต้องตั้งให้ระบบรับรู้ถูกงวด
- ภาษีซื้อที่ยังไม่ถึงกำหนด เช่นซื้อสินค้าแล้วยังไม่ได้รับใบกำกับ ต้องพักไว้ในบัญชีแยก ไม่นำไปหักในงวดนั้น
- ใบเพิ่มหนี้และใบลดหนี้ ต้องอ้างอิงใบกำกับเดิมและเข้ารายงานให้ถูกงวด
- กิจการที่มีทั้งรายได้ที่เสีย VAT และได้รับยกเว้น ต้องเฉลี่ยภาษีซื้อ ซึ่งต้องตั้งค่าเพิ่มจากมาตรฐาน
สัญญาณว่าตั้งค่ายังไม่ถูก: ยอดภาษีขายในแบบ ภ.พ.30 ไม่เท่ากับยอดในบัญชีแยกประเภทของงวดเดียวกัน กรณีนี้มักเกิดจากจุดรับรู้ภาษีตั้งผิด ไม่ใช่การคีย์ข้อมูลผิด
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT) และหนังสือรับรองการหักภาษี
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นกลไกเฉพาะของไทยที่โปรแกรมบัญชีสากลมักไม่มีมาให้ การใช้ Odoo ทำบัญชีไทยจึงต้องตั้งอัตราหัก ณ ที่จ่ายไว้ล่วงหน้า เช่น ค่าบริการและค่าจ้างทำของ 3% ค่าเช่า 5% และค่าโฆษณา 2% แล้วผูกกับประเภทค่าใช้จ่ายและคู่ค้า เพื่อให้ระบบหักให้อัตโนมัติ พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และสรุปเป็นแบบ ภ.ง.ด.3 สำหรับบุคคลธรรมดา และ ภ.ง.ด.53 สำหรับนิติบุคคล
เรื่องที่ต้องเคลียร์ก่อนวางระบบ:
- หักตอนตั้งหนี้หรือหักตอนจ่าย ต้องเลือกให้ตรงกับวิธีที่กิจการใช้จริง เพราะกระทบทั้งงวดภาษีและยอดเจ้าหนี้
- การจ่ายบางส่วน ต้องหักตามสัดส่วนที่จ่ายจริง
- คู่ค้าที่ต้องออกหนังสือรับรองรวมรายเดือน แทนการออกทีละใบ
- เลขที่หนังสือรับรองต้องเรียงต่อเนื่อง และตรงกับที่ยื่นในแบบ
e-Tax Invoice และ e-Receipt — ต้องมีอะไรบ้างถึงใช้งานได้จริง
ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) ไม่ใช่การส่งไฟล์ PDF ทางอีเมล กรมสรรพากรกำหนดให้ต้องสร้างเอกสารในรูปแบบ XML ตามโครงสร้างที่กำหนด ลงลายมือชื่อดิจิทัล และนำส่งผ่านผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต ซึ่ง Odoo มาตรฐานไม่ได้มีความสามารถนี้มาให้ จึงต้องพัฒนาส่วนเชื่อมต่อเพิ่ม
สิ่งที่ต้องมีให้ครบทั้งสี่ข้อ ถึงจะใช้งานได้จริง:
- ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ของกิจการ สำหรับลงลายมือชื่อดิจิทัล
- ตัวสร้างไฟล์ XML ที่ map ข้อมูลจากใบกำกับใน Odoo ให้ตรงโครงสร้างที่กำหนด
- การเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการนำส่ง ที่ได้รับอนุญาตจากกรมสรรพากร
- การเก็บสถานะการนำส่งกลับเข้า Odoo เพื่อให้ทราบว่าเอกสารใดส่งสำเร็จ เอกสารใดถูกตีกลับ และตรวจสอบย้อนหลังได้
ข้อสุดท้ายคือข้อที่มักถูกมองข้ามและสร้างปัญหามากที่สุด หากไม่เก็บสถานะกลับเข้าระบบ เมื่อผู้สอบบัญชีขอหลักฐานการนำส่งจะต้องไปค้นจากระบบของผู้ให้บริการทีละใบ
รายงานที่ต้องยื่นกรมสรรพากร — ออกจากระบบได้เลยหรือต้องทำต่อใน Excel
โจทย์จริงของฝ่ายบัญชีไทยไม่ใช่คำถามว่าระบบบันทึกบัญชีได้หรือไม่ แต่คือคำถามว่า ถึงสิ้นเดือนแล้วกดออกรายงานเพื่อยื่นกรมสรรพากรได้เลยหรือไม่ หรือยังต้องนำไปแก้ต่อใน Excel ทุกครั้ง คำตอบขึ้นอยู่กับว่าตอนวางระบบได้ตั้งค่าให้ข้อมูลไหลไปจนถึงรูปแบบรายงานที่ต้องยื่นหรือไม่
รายงานที่ควรออกจากระบบได้โดยไม่ต้องแก้ต่อ ได้แก่ รายงานภาษีขายและรายงานภาษีซื้อสำหรับยื่น ภ.พ.30 · แบบ ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 สำหรับภาษีหัก ณ ที่จ่าย · รายงานสินค้าและวัตถุดิบสำหรับผู้สอบบัญชี · งบทดลองและบัญชีแยกประเภทสำหรับปิดงบ
เกณฑ์ที่ใช้วัดได้จริง: ถ้าฝ่ายบัญชียัง export ออก Excel มาแก้ทุกเดือนก่อนยื่น แปลว่าระบบยังตั้งค่าไม่จบ ไม่ใช่ว่าโปรแกรมทำไม่ได้
Odoo Community Edition ทำบัญชีไทยได้ครบหรือไม่
Odoo Community Edition มีระบบบัญชีพื้นฐานครบพอสำหรับการบันทึกรายการ แต่ยังขาดหลายอย่างที่งานบัญชีไทยระดับองค์กรต้องใช้ อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องซื้อ Enterprise Edition เสมอไป เพราะช่องว่างส่วนใหญ่ปิดได้ด้วยโมดูลที่พัฒนาเพิ่ม
ทีมงานของเราพัฒนาโมดูลขึ้นเองมากกว่า 19 ตัว เพื่อปิดช่องว่างระหว่าง Community Edition กับ Enterprise Edition โดยไม่มีค่าลิขสิทธิ์เพิ่ม ครอบคลุมทั้งด้านบัญชี เอกสาร และการเชื่อมต่อกับระบบภายนอก
สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจระหว่าง Community Edition และ Enterprise Edition:
- จำนวนผู้ใช้งานพร้อมกัน และงบประมาณค่าลิขสิทธิ์ต่อปี
- ฟีเจอร์ที่ต้องการมีเฉพาะใน Enterprise Edition จริงหรือไม่
- ทีมที่จะดูแลระบบหลังส่งมอบ หากใช้ Community Edition โดยไม่มีผู้ดูแล จะกลายเป็นภาระมากกว่าการประหยัด
SF Solutions เป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 29110 และเคยเป็นพาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการของ Odoo งานที่ส่งมอบมีเอกสารกระบวนการครบตามมาตรฐาน ไม่ได้อาศัยความรู้เฉพาะตัวบุคคล
ใครยังไม่ควรย้ายมาใช้ Odoo
เพื่อไม่ให้เสียเวลาทั้งสองฝ่าย เราเขียนไว้ตรง ๆ ว่ากิจการแบบใดยังไม่ควรย้ายมาใช้ Odoo
- ธุรกิจบริการขนาดเล็ก ที่มีรายการไม่กี่สิบรายการต่อเดือน โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปของไทยคุ้มกว่าทั้งราคาและเวลา
- กิจการที่ยังไม่มีผู้ดูแลระบบ แม้แต่คนเดียว
- กิจการที่ต้องการเพียงยื่นภาษีให้เรียบร้อย ไม่ได้ต้องการเชื่อมคลังสินค้า งานขาย และบัญชีเข้าด้วยกัน
- กิจการที่กำลังจะเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจภายใน 6 เดือน ควรรอให้โครงสร้างนิ่งก่อน
Odoo เหมาะกับกิจการที่มีสต๊อกและขายหลายช่องทาง ต้องการให้ฝ่ายขาย คลังสินค้า และบัญชีเห็นข้อมูลชุดเดียวกันแบบเรียลไทม์ หรือมีบริษัทในเครือและหลายสาขาที่ต้องจัดทำงบการเงินรวม
คำถามที่พบบ่อย
Odoo บัญชีไทย คือระบบ ERP Odoo ที่ติดตั้งพร้อมแพ็กเกจบัญชีไทย (Thai Localization) รองรับการออกใบกำกับภาษีเต็มรูป การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) และภาษีหัก ณ ที่จ่าย พร้อมรายงานภาษีตามแบบกรมสรรพากร (ภ.พ.30, ภ.ง.ด.3/53)
ระบบตั้งค่าอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย (3%, 5%) ให้อัตโนมัติ พร้อมออกหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่ายและรายงานภาษีซื้อ-ขายตามรูปแบบที่กรมสรรพากรกำหนด
รองรับ SF Solutions พัฒนาโมดูล TFRS16 เฉพาะสำหรับการบันทึกสัญญาเช่า คำนวณค่าเสื่อมราคา และภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี ให้กับลูกค้าที่เป็นบริษัทมหาชน เช่น INET, TSB
SF Solutions (Simply & Fine Solutions) เป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 29110 ในกรุงเทพฯ และเคยเป็นพาร์ทเนอร์ Odoo อย่างเป็นทางการ ให้บริการติดตั้งและพัฒนาระบบ Odoo ERP บัญชีไทยครบวงจร
รองรับ ระบบสามารถรวมงบการเงินหลายบริษัท (multi-company consolidation) พร้อมตัดรายการระหว่างกันอัตโนมัติ ตามที่ SF Solutions เคยดำเนินการให้ลูกค้าที่มีบริษัทในเครือมากกว่า 50 บริษัท
รองรับ ทีมงาน SF Solutions ตั้งค่า Odoo ให้ออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบ XML และ PDF ตามมาตรฐานที่กรมสรรพากรกำหนด พร้อมเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการนำส่งข้อมูล e-Tax Invoice และ e-Receipt เพื่อลดการจัดพิมพ์เอกสารกระดาษและลดความเสี่ยงจากการกรอกข้อมูลซ้ำ
ได้ ระบบสามารถตั้งค่าประเภทภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามลักษณะรายการ เช่น 3% สำหรับค่าบริการ และ 5% สำหรับค่าเช่า พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายและรายงานสรุปเพื่อนำส่งกรมสรรพากรได้โดยอัตโนมัติ
SF Solutions จะปรับแต่งผังบัญชีใน Odoo ให้สอดคล้องกับรูปแบบที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากรกำหนด ตั้งแต่การจัดหมวดหมู่บัญชี การกำหนดรหัสบัญชีย่อย ไปจนถึงการเชื่อมโยงกับรายงานทางการเงินให้พร้อมใช้งานตั้งแต่วันแรกที่ระบบขึ้นใช้งานจริง
Odoo สามารถนำเข้ารายการเดินบัญชีธนาคาร (Bank Statement) ผ่านไฟล์ CSV หรือเชื่อมต่อ API กับธนาคารในประเทศไทย ระบบจะช่วยจับคู่รายการเงินเข้าออกกับรายการในบัญชีให้อัตโนมัติ ลดเวลาการกระทบยอดธนาคารในแต่ละเดือนได้อย่างมาก
เมื่อออกใบแจ้งหนี้หรือใบเสร็จรับเงินในระบบ Odoo จะบันทึกรายการบัญชี (Journal Entry) ให้โดยอัตโนมัติตามผังบัญชีที่ตั้งค่าไว้ ช่วยลดขั้นตอนการคีย์ข้อมูลซ้ำและลดความผิดพลาดจากการบันทึกบัญชีด้วยมือ
Odoo สามารถออกเอกสารทางบัญชีครบวงจร ได้แก่ ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และใบลดหนี้ โดยสามารถตั้งค่าให้ออกเอกสารอัตโนมัติตามรอบบิล เช่น รายเดือนหรือรายปีสำหรับธุรกิจที่มีรายได้ประจำ
ได้ ทีมงาน SF Solutions มีประสบการณ์เชื่อมต่อ Odoo กับระบบบัญชีหรือ ERP อื่นผ่าน API หรือการนำเข้าส่งออกข้อมูล ทำให้ธุรกิจที่ยังไม่พร้อมย้ายระบบทั้งหมดสามารถใช้ Odoo ควบคู่กับซอฟต์แวร์เดิมได้ในระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน
Odoo ERP รองรับการจัดการข้อมูลพนักงานที่เชื่อมโยงกับงาน ERP โดยตรง เช่น การเบิกค่าใช้จ่าย การลงเวลาที่เชื่อมกับต้นทุนโครงการ และข้อมูลพนักงานพื้นฐานสำหรับใช้งานร่วมกับระบบบัญชีและจัดซื้อ ส่วนระบบ HRMS แบบเต็มรูปแบบ รวมถึงระบบเงินเดือน ประกันสังคม และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นแพ็กเกจเพิ่มเติมของ SF Solutions ในอนาคตอันใกล้
Odoo Community Edition (CE) เป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่ใช้งานได้ฟรี ติดตั้งและปรับแต่งซอร์สโค้ดได้เต็มรูปแบบ ส่วน Enterprise Edition (EE) เป็นเวอร์ชันที่ต้องชำระค่าสมัครสมาชิกรายเดือนตามจำนวนผู้ใช้งาน ซึ่งจะได้โมดูลเสริมบางส่วนและบริการซัพพอร์ตอย่างเป็นทางการจาก Odoo โดยตรง
เพราะ CE ไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือนที่ผูกกับจำนวนผู้ใช้งาน ทำให้ต้นทุนไม่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของทีม และธุรกิจเป็นเจ้าของซอร์สโค้ดเต็มรูปแบบ สามารถปรับแต่งได้อย่างอิสระ ประกอบกับ SF Solutions มีแพ็กเกจ Thai Accounting Package และโมดูล TFRS16 ที่พัฒนาขึ้นเองแล้ว จึงครอบคลุมความต้องการด้านบัญชีไทยโดยไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มสำหรับ EE
Odoo CE ไม่มีเครื่องมือบางอย่างที่มากับ EE โดยตรง เช่น Odoo Studio ซึ่งช่วยปรับ Field หรือ UI ได้ในระดับหนึ่ง แต่หากต้องปรับฟอร์มเอกสารให้ใช้งานได้จริงตามแบบฟอร์มของบริษัท เช่น วางพื้นหลังฟอร์มเต็มหน้า หรือฟิลด์เฉพาะทางบัญชีไทย ก็ยังต้องมีการปรับโค้ดอยู่ดี รวมถึงโมดูลการผลิตขั้นสูงบางส่วนที่ CE ไม่มีเช่นกัน ทีมงาน SF Solutions จึงพัฒนาโมดูลเฉพาะ เช่น Form Designer เพื่อปิดช่องว่างเหล่านี้ให้ใช้งานได้จริงโดยไม่ต้องแก้โค้ด ซึ่งเป็นการลงทุนครั้งเดียวแทนการเสียค่าสมัครสมาชิกรายเดือนต่อเนื่อง
ได้ Odoo CE และ EE ใช้โครงสร้างฐานข้อมูลร่วมกัน จึงสามารถอัปเกรดจาก CE ไป EE ได้ในภายหลังหากธุรกิจเติบโตจนต้องการฟีเจอร์เฉพาะของ EE จริงๆ SF Solutions แนะนำให้เริ่มต้นด้วย CE ก่อน เพื่อประเมินความคุ้มค่าให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจลงทุนเพิ่ม
สำหรับลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ที่มีความต้องการรายงานเฉพาะทางหรือปริมาณข้อมูลสูง ทีมงาน SF Solutions มีประสบการณ์พัฒนารายงานขั้นสูงด้วยเครื่องมือเพิ่มเติม เช่น Jasper Reports สำหรับออกแบบรายงานที่ซับซ้อนและพิมพ์เอกสารปริมาณมาก หรือเชื่อมต่อกับ Power BI เพื่อสร้างแดชบอร์ดวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ช่วยให้ธุรกิจสามารถตอบโจทย์การใช้งานที่เกินขีดความสามารถของรายงานมาตรฐานใน Odoo ได้










