คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Odoo ERP และ SF Solutions
13 คำถามที่ลูกค้าถามก่อนตัดสินใจ ตั้งแต่ Odoo ต่างจากโปรแกรมบัญชีไทยอย่างไร Community กับ Enterprise ควรใช้ตัวไหน ไปจนถึงภาษีไทยและการย้ายข้อมูล
เกี่ยวกับ SF Solutions
SF Solutions คือใคร และให้บริการอะไรบ้าง
SF Solutions (Simply & Fine Solutions) เป็นบริษัทซอฟต์แวร์ไทยที่ให้บริการวางระบบ Odoo ERP และพัฒนา business application เฉพาะทางสำหรับตลาดไทย ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 29110 ด้านกระบวนการวิศวกรรมซอฟต์แวร์ ทุกโครงการจึงมีเอกสารและกระบวนการที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ ซึ่งสำคัญกับลูกค้าที่มีผู้ตรวจสอบภายในหรือเป็นบริษัทจดทะเบียน
เราเป็น Odoo implementor ที่ทำงานบน Community Edition — เคยเป็น Odoo official partner แต่หันมาโฟกัส Community Edition เพื่อรองรับ custom requirement ของลูกค้าได้เต็มที่
ขอบเขตบริการครอบคลุมตั้งแต่ให้คำปรึกษาและทำ Gap Analysis, ติดตั้งและปรับแต่งระบบ, ย้ายข้อมูลจากระบบเดิม, อบรมผู้ใช้ ไปจนถึงดูแลต่อเนื่องหลัง go-live
ทำไมต้องเลือก SF Solutions
- ISO/IEC 29110 — มาตรฐานสากลด้านกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ ทุกโครงการมีเอกสารและขั้นตอนตรวจสอบได้
- เคยผ่านงานองค์กรขนาดใหญ่ รวมถึงบริษัทจดทะเบียนที่มีข้อกำหนดด้านการตรวจสอบภายใน
- เชี่ยวชาญ API และระบบที่ต้องเชื่อมหลายทาง — เชื่อม Odoo เข้ากับระบบเดิม เครื่องจักร ธนาคาร และ marketplace
- ชุด Thai Localization ที่ใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่แปลภาษา
- ทีมไทยที่คุยภาษาบัญชีไทยรู้เรื่อง และดูแลต่อหลัง go-live
ให้บริการอะไรบ้างนอกจากวางระบบ Odoo
- Odoo SaaS — สำหรับธุรกิจที่อยากเริ่มใช้เร็ว ไม่ต้องลงทุนเซิร์ฟเวอร์เอง
- Custom Development — พัฒนาโมดูลเฉพาะทางที่ Odoo มาตรฐานไม่มี
- System Integration — เชื่อม Odoo เข้ากับระบบที่ใช้อยู่เดิม
- TaaS (Team as a Service) — จัดทีมพัฒนาให้ทำงานร่วมกับทีมของลูกค้า
- Professional Services — ให้คำปรึกษาและวางกระบวนการทำงาน
Odoo เหมาะกับธุรกิจคุณไหม
Odoo คืออะไร และเหมาะกับธุรกิจแบบไหน
Odoo คือซอฟต์แวร์ ERP แบบ open source พัฒนาโดยบริษัท Odoo S.A. ประเทศเบลเยียม รวมงานขาย จัดซื้อ คลังสินค้า การผลิต บัญชี และ CRM ไว้ในระบบเดียวกัน จุดต่างจากโปรแกรมที่ทำงานแยกส่วนคือข้อมูลเดินทางต่อเนื่อง — เมื่อบันทึกการขาย สต็อกตัดอัตโนมัติ และรายการบัญชีเกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่ต้องคีย์ซ้ำและไม่ต้องกระทบยอดตอนสิ้นเดือน
เหมาะกับธุรกิจที่มีความซับซ้อนระดับหนึ่งขึ้นไป โดยเฉพาะ
- โรงงานผลิต — ที่ต้องรู้ต้นทุนต่อ lot และวางแผนวัตถุดิบ (ดูโซลูชันโรงงานผลิต)
- ธุรกิจซื้อมาขายไป — ที่มีหลายคลัง หลายระดับราคา (ดูโซลูชันซื้อมาขายไป)
- ธุรกิจบริการและโครงการ — ที่ต้องคิดต้นทุนต่อโครงการ (ดูโซลูชันธุรกิจบริการ)
ธุรกิจที่มีรายการไม่กี่สิบรายการต่อเดือนและใช้โปรแกรมบัญชีอย่างเดียวก็เพียงพอ — เราจะบอกตรง ๆ ถ้าประเมินแล้วว่า Odoo ยังไม่คุ้มสำหรับคุณ
Odoo ต่างจากโปรแกรมบัญชีไทย เช่น Express, PEAK, FlowAccount อย่างไร
โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปออกแบบมาเพื่อ บันทึกบัญชีให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งทำได้ดีในหน้าที่นั้น ส่วน Odoo เป็น ระบบบริหารธุรกิจ ที่มีงานบัญชีเป็นส่วนหนึ่ง ความต่างที่สัมผัสได้จริงคือ
เรื่องข้อมูล — ในโปรแกรมบัญชี คุณคีย์ยอดขายเข้าไปหลังจากขายเสร็จแล้ว ใน Odoo ใบเสนอราคาที่ลูกค้าตอบรับกลายเป็นใบสั่งขาย ตัดสต็อก สร้างใบส่งของ และลงบัญชีต่อเนื่องกันเป็นสายเดียว
เรื่องที่เห็นไม่เหมือนกัน — โปรแกรมบัญชีบอกได้ว่าเดือนนี้กำไรเท่าไร Odoo บอกได้ว่ากำไรมาจากสินค้าตัวไหน ลูกค้ารายไหน และต้นทุนจริงของแต่ละ lot การผลิตเป็นเท่าไร
เรื่องการปรับแต่ง — โปรแกรมสำเร็จรูปทำได้เท่าที่ผู้พัฒนาให้มา Odoo เป็น open source ปรับเพิ่มฟิลด์ เปลี่ยน workflow หรือเขียนรายงานใหม่ได้ตามที่ธุรกิจต้องการ
เรื่องค่าใช้จ่าย — โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปคิดรายเดือนต่อผู้ใช้และเริ่มใช้ได้ทันที Odoo Community ไม่มีค่า license รายผู้ใช้ แต่มีค่าวางระบบตอนเริ่มต้น จุดคุ้มทุนขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้และความซับซ้อนของงาน
เมื่อไหร่ที่โปรแกรมบัญชีเหมาะกว่า — ธุรกิจที่ยังเล็ก ไม่มีสต็อกหรือการผลิต และต้องการแค่ออกเอกสารกับปิดงบ การใช้ Odoo จะเป็นการลงทุนที่เกินความจำเป็น
Odoo Community กับ Enterprise ต่างกันอย่างไร แล้วควรใช้ตัวไหน
Community Edition เป็นเวอร์ชัน open source ที่ไม่มีค่า license รายผู้ใช้ มีโมดูลหลักครบ ทั้งขาย จัดซื้อ คลังสินค้า การผลิต (MRP) บัญชี และ CRM
Enterprise Edition เป็นเวอร์ชันเสียค่า license รายผู้ใช้รายปี เพิ่มโมดูลบางตัวและฟีเจอร์เฉพาะ เช่น การเชื่อมธนาคารอัตโนมัติบางราย, Studio สำหรับปรับหน้าจอโดยไม่เขียนโค้ด, แอปมือถือบางส่วน และการซัพพอร์ตจาก Odoo S.A. โดยตรง
SF Solutions ทำงานบน Community Edition ทั้งหมด ฟีเจอร์ที่มีเฉพาะใน Enterprise เราจะบอกตรง ๆ ว่าไม่มีใน Community แล้วเสนอทางเลือกที่ทำได้ — บางอย่างพัฒนาเพิ่มได้ บางอย่างใช้โมดูลจากชุมชน (OCA) ทดแทนได้ และบางอย่างทำไม่ได้จริง ๆ ซึ่งเราจะบอกล่วงหน้าก่อนเริ่มงาน ไม่ใช่ไปรู้ตอนใช้จริง
รองรับหลายบริษัทหรือหลายสาขาไหม
รองรับ เราวางระบบหลายบริษัทและทำงบรวมให้ลูกค้าที่ใช้งานจริงอยู่แล้ว ทำได้ทั้ง
- แยกผังบัญชีและงบการเงินรายบริษัท (Multi-Company ในตัวของ Odoo)
- กำหนดสิทธิ์ให้ผู้ใช้เห็นเฉพาะบริษัทหรือสาขาที่รับผิดชอบ
- บันทึกรายการระหว่างบริษัท (inter-company) และตัดรายการระหว่างกันตอนทำงบ
- งบการเงินรวม (consolidation) ของบริษัทแม่และบริษัทย่อย
ฟีเจอร์ inter-company อัตโนมัติและงบรวมใน Odoo มาตรฐานเป็นของ Enterprise — บน Community เราใช้โมดูลของ SF และ OCA ที่ทำหน้าที่เดียวกัน
สิ่งที่ควรวางแผนตั้งแต่ต้น คือโครงสร้างผังบัญชีและรหัสสินค้าที่ใช้ร่วมกัน เพราะแก้ทีหลังมีต้นทุนสูง
งบประมาณ ระยะเวลา และการย้ายข้อมูล
ใช้งบประมาณเท่าไหร่
ค่าใช้จ่ายแบ่งเป็น 3 ส่วน
- ค่าวางระบบ (ครั้งเดียว) — ขึ้นกับจำนวนโมดูล จำนวนผู้ใช้ ความซับซ้อนของ workflow และปริมาณข้อมูลที่ต้องย้าย
- ค่าโฮสติ้งหรือเซิร์ฟเวอร์ — ใช้ Odoo SaaS ของเรา หรือติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ของลูกค้าเองตามค่าเซิร์ฟเวอร์จริง
- ค่าดูแลรายปี (ถ้าเลือกใช้) — บริการหลัง go-live ตามขอบเขตที่ตกลงกัน
ไม่มีค่า license รายผู้ใช้ เพราะเราใช้ Community Edition และเราให้ใบเสนอราคาที่ระบุชัดว่าอะไรอยู่ในขอบเขตงานและอะไรไม่อยู่ ตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการ
วางระบบ Odoo ใช้เวลานานแค่ไหน
ขึ้นกับจำนวนโมดูล จำนวนผู้ใช้ และความพร้อมของข้อมูลเดิม ซึ่งมักเป็นตัวกำหนดเวลามากกว่างานเทคนิค หลังทำ Gap Analysis เราจะระบุระยะเวลาและแผนงานแต่ละช่วงไว้ในข้อเสนอให้ชัดก่อนเริ่มงาน
สิ่งที่ทำให้โครงการช้ากว่าแผนบ่อยที่สุดคือ ความพร้อมของข้อมูลฝั่งลูกค้า โดยเฉพาะข้อมูลสินค้าและยอดคงเหลือที่ต้องสะอาดก่อนย้าย เราจะบอกตั้งแต่วันแรกว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง
ย้ายข้อมูลจากระบบเดิม เช่น SAP หรือโปรแกรมบัญชี มาที่ Odoo ได้ไหม
ได้ และเป็นงานที่เราทำเป็นประจำ ข้อมูลที่ย้ายได้ตามปกติ
- ผังบัญชีและยอดยกมา
- ข้อมูลลูกค้าและผู้ขาย
- รายการสินค้าและยอดคงเหลือในคลัง
- เอกสารค้างจ่าย ค้างรับ
- ประวัติการซื้อขายย้อนหลัง (ตามที่ตกลงกันว่าจะย้ายกี่ปี)
วิธีการขึ้นกับระบบต้นทาง ถ้าระบบเดิม export เป็น Excel หรือ CSV ได้ก็ใช้วิธีนำเข้า ถ้ามี API ก็เชื่อมตรงได้ ถ้าเป็นระบบเก่าที่เข้าถึงฐานข้อมูลได้ก็ดึงจากฐานข้อมูลโดยตรง
สิ่งที่ต้องคุยกันก่อน คือ ย้ายย้อนหลังกี่ปี — ยิ่งย้อนมากยิ่งใช้เวลาและมีโอกาสเจอข้อมูลที่ไม่สะอาด หลายโครงการเลือกย้ายเฉพาะยอดยกมากับข้อมูลหลัก แล้วเก็บระบบเดิมไว้อ่านประวัติ ซึ่งประหยัดกว่าและเสี่ยงน้อยกว่า
พัฒนา Custom Application ใช้เวลานานเท่าไหร่
ขึ้นกับขอบเขตงาน เราจะประเมินระยะเวลาให้หลังเก็บ requirement โดยงานแบ่งเป็นขั้นตอน
- เก็บความต้องการและเขียน spec
- พัฒนาและทดสอบภายใน
- ทดสอบกับผู้ใช้จริงและแก้ไข
เราส่งมอบเป็นรอบ ให้เห็นของจริงระหว่างทาง ไม่ใช่รอจนจบแล้วค่อยเห็นครั้งเดียว
ภาษีไทยและการดูแลหลังใช้งาน
Odoo ออกใบกำกับภาษีและหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายไทยได้จริงไหม
ได้ ด้วยชุด Thai Localization ที่เราติดตั้งให้ ครอบคลุม
- ใบกำกับภาษีเต็มรูปและอย่างย่อ ตามรูปแบบที่กรมสรรพากรกำหนด
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย พร้อมหนังสือรับรอง ภ.ง.ด. 3 และ ภ.ง.ด. 53
- รายงานภาษีซื้อและภาษีขาย ที่ส่งได้ตามรอบ
- e-Tax Invoice & e-Receipt (ไม่รวมค่าบริการต่อฉบับ)
- TFRS 16 สำหรับสัญญาเช่า
- พ.ศ. และรูปแบบวันที่ไทย ในเอกสารทุกฉบับ
หลังติดตั้งเสร็จแล้วดูแลอย่างไร
บริการหลัง go-live ครอบคลุม
- แก้ปัญหาเร่งด่วนที่กระทบการทำงานประจำวัน
- ปรับแต่งเพิ่มเติมตามการใช้งานจริงที่เปลี่ยนไป
- อัปเดตเวอร์ชันและแพตช์ความปลอดภัย
- ให้คำปรึกษาเมื่อธุรกิจขยายหรือเพิ่มกระบวนการใหม่
ยังมีคำถามที่ไม่อยู่ในนี้?
ปรึกษาฟรี 30 นาที ไม่มีข้อผูกมัด เราจะบอกตรง ๆ ว่า Odoo เหมาะกับธุรกิจคุณหรือไม่
ขอ Demo ฟรีดูแพ็กเกจและราคา